4 ความเชื่อผิดๆ เกี่ยวกับการ “ทำงานที่บ้าน (work from home)” ที่เจ้าของธุรกิจควรคิดใหม่

“Work From Home” เริ่มเป็นนโยบายการทำงานที่บริษัทในไทยหันมาสนใจมากขึ้น เมื่อสถานการณ์ไวรัสโคโรน่าสายพันธุ์ใหม่ 2019 หรือ โควิด-19 (COVID-19) ในไทยเริ่มพบว่ามีผู้ติดเชื้อมากขึ้นเรื่อยๆ ในช่วงเดือนมี.ค. 2563

ในช่วงเวลาดังกล่าว คำว่าให้ความสนใจยังไม่ได้แปลว่า “นำไปใช้” เสียทีเดียว เพราะปัจจัยต่างๆ เช่น รูปแบบของธุรกิจ ความพร้อมด้านทรัพยากร ไปจนถึง “ทัศนคติ” ของผู้บริหารจำนวนไม่น้อยที่มองว่า การWork From Home อาจไม่นำมาซึ่งผลลัพธ์การทำงานที่ดีของพนักงานในองค์กร เช่น คุยงานลำบาก ไม่ตั้งใจทำงาน ทำงานไม่เต็มเวลา เข้างานช้า เลิกงานก่อนเวลา ฯลฯ

ก่อนจะปักใจเชื่อหรือค้านกับวิธีWork From Home WOW สรุป 4 ความเชื่อ เกี่ยวกับการทำงานจากบ้าน ที่คนทำงานจากบ้านตัวจริงแนะนำให้โยนทิ้งไปได้เลย! 
ทำงานที่บ้าน, work from home

1. “คน Work From Home มักขี้เกียจและไม่ค่อยทำงาน”

ความจริง : พนักงานที่Work From Home จำนวนมาก รู้สึกว่า พวกเขาทำงานเป็นชั่วโมงที่ยาวนานกว่าพนักงานเข้าออฟฟิศที่มีเวลาหยุด เวลาเลิกงานอย่างชัดเจน แต่พวกเขาจะยืดหยุ่นในเรื่องของเวลาการทำงาน เพื่อให้เข้ากับไลฟสไตล์ของพวกเขามากกว่า 

นอกจากนี้ พนักงานที่ประสบความสำเร็จในการWork From Home ยังมองว่า การทำงานที่บ้านมีสิ่งรบกวนน้อยกว่า ทำให้โฟกัสงานที่ทำในแต่ละวันได้มากกว่าด้วย 

2. “คนทำงานจากบ้านไม่มีสังคม เข้ากับทีมยาก”

ความจริง : ด้วยเครื่องมือออนไลน์ และระบบการรายงานตัวหรือการประชุม พนักงานที่ทำงานจากบ้านเป็นประจำ จะเห็นถึงความสำคัญของการติดต่อผู้ร่วมงาน ทีมงาน หรือแผนกอย่างสม่ำเสมอ 

ซึ่งการที่ต้องจัดตารางการประชุมพูดคุยอย่างชัดเจนยังทำให้พนักงานWork From Home จัดตารางชีวิตด้านอื่นๆ รวมถึงเรื่องส่วนตัวได้ดีขึ้น เพราะคนจำนวนไม่น้อยจะพยายามจัดตารางให้อยู่เป็นตารางเดียวกัน นั่นก็หมายถึง การจัดตารางชีวิตส่วนตัวให้เห็นในตารางทำงาน (ซึ่งเป็นภาคบังคับ) เพื่อให้ตัวเองไม่สับสน

3. “พนักงาน Work From Home จะแบ่งเวลาใช้ชีวิตได้ดีขึ้น”

ความจริง : Work-Life Balance หรือ สมดุลการใช้ชีวิต เคยเป็นเป้าหมายที่สำคัญของคนทำงาน แต่ปัจจุบันต้องเรียกว่าเป็น “ความฝัน” เสียมากกว่า เพราะการแบ่งเวลาให้สองเรื่องสำคัญอย่าง การทำงานและชีวิตส่วนตัว อย่างเท่าเทียมกันนั้น ไม่ใช่เรื่องที่ทำได้ทุกอาชีพ และเริ่มเกิดแนวคิด “ใช้ชีวิตอย่างยืดหยุ่น” ที่ดูมีความเป็นไปได้จริงมากกว่าขึ้นมาแทน

สำหรับพนักงานที่Work From Home แบบได้ทำงานจริงๆ กลับมองต่างไปว่า พวกเขารู้สึกกดดันจากคนรอบข้างมากกว่าเดิม ในช่วงแรกคนส่วนใหญ่จะทำทุกวิถีทางเพื่อแสดงให้หัวหน้า เพื่อนร่วมงาน หรือแม้แต่องค์กรเห็นว่า พวกเขาสามารถทำงานได้ดีเยี่ยมไม่ต่างกับการทำงานที่ออฟฟิศ จนอาจถึงขั้นไม่สามารถกำหนดช่วงเวลาชีวิตส่วนตัวได้อย่างชัดเจน

ทางแก้หรือแผนระยะยาวของพนักงานทำงานที่บ้านส่วนมาก ไม่เพียงแค่ต้องจัดเวลาให้กับตัวเองอย่างชัดเจน แต่ยังต้องชี้แจงตรงๆ กับคนรอบข้าง โดยเฉพาะคนที่บ้านด้วยถึงเวลาทำงาน ซึ่งไม่ใช่เรื่องง่ายเลยและเสี่ยงกับการถูกกิจกรรมที่บ้านดึงเวลางานไปง่ายกว่าคนนั่งทำงานที่ออฟฟิศมากกว่าด้วย

อ่านเพิ่มเติม : “รุ่งเรืองท่ามกลางรุ่งริ่ง” ส่องกลุ่มธุรกิจที่ขายดีช่วง “โควิด-19” เขาทำยังไงบ้าง?

4. “พนักงานที่ไม่เข้าออฟฟิศมีทางได้เลื่อนขั้นน้อย”

ความจริง : บริษัทที่คุ้นชินกับการเห็นพนักงานนั่งทำงานในออฟฟิศตลอดเวลาจะนึกภาพพนักงานที่ไม่ค่อยเข้าออฟฟิศเลื่อนขั้นเป็นผู้จัดการหรือหัวหน้าคนไม่ออก 

แต่ในความจริงแล้ว หากประเมินที่ผลงาน พนักงานที่สามารถจัดการหรือพัฒนาผลงานการทำงานไม่ว่าจะทำงานที่ไหนก็ได้ได้ดี มีความสามารถในการบริการจัดการชีวิตอย่างมีประสิทธิภาพและประสิทธิผลกว่า จึงมีแนวโน้มว่ามีความสามารถจัดการดูแลคนอื่นได้สูงตามไปด้วย

สถิติน่าสนใจเกี่ยวกับWork From Home ปี 2020 (อ้างอิงจากผลสำรวจของ HubSpot)

  • 18% ของผู้บริหาร บริหารจากนอกมากกว่าในสำนักงาน
  • พนักงานที่ทำงานในออฟฟิศเป็นส่วนใหญ่ มากกว่า 75% ทำงานในตำแหน่งของตัวเองน้อยกว่า 1 ปี
  • จำนวนของพนักงานที่ทำงานจากที่อื่นที่ไม่ใช่ที่ทำงานอย่างน้อยสัปดาห์ละ 1 ครั้ง เพิ่มขึ้น 400% นับตั้งแต่ปี 2010
  • 42% ของพนักงานที่เลือกทำงานจากที่อื่น ตั้งใจจะทำงานจากนอกสำนักงานมากขึ้นในอีก 5 ปีข้างหน้า
  • หากเลือกได้ คนจำนวนมากถึง 99% เลือกที่จะทำงานจากบ้าน อย่างน้อยก็เป็นบางครั้งบางคราว ตลอดชีวิตการทำงานของตัวเอง
  • 72% ของเจ้าหน้าที่ฝ่ายสรรหาบุคคลเห็นด้วยว่าเงื่อนไขการยืดหยุ่นในการทำงาน เช่น ทำงานจากที่อื่น มีความสำคัญต่อการเฟ้นหาพนักงานเข้าองค์กรในอนาคต
  • 83% ของพนักงานทุกรูปแบบเชื่อว่า การได้ทำงานนอกออฟฟิศจะช่วยให้พวกเขารู้สึกมีความสุขกับงานมากขึ้น
  • 40% ของคนทั่วไปมองว่า เวลาการทำงานที่ยืดหยุ่นเป็นผลพลอยได้ที่ดีที่สุดของการทำงานจากที่อื่น

wow ส่งท้าย

วิธีWork From Home หรือ ทำงานจากบ้าน ไม่ใช่สิ่งใหม่ และกำลังเป็นเรื่องใกล้ตัวคนทำงานในบ้านเรามากขึ้น ที่อาจจะต้องประยุกต์ใช้กันให้เป็นตั้งแต่วันนี้พรุ่งนี้เลยก็เป็นได้ สิ่งที่คนทำงานทุกระดับชั้นตั้งแต่เจ้าของบริษัทไปจนถึงลูกน้องต้องทำคือ ทำความเข้าใจกับวิธีการ เรียนรู้กรณีการทำงานที่สำเร็จ และลองปรับใช้กับบริษัทให้เห็นภาพและโอกาสในการปรับให้เข้ากับตัวเอง

เพื่อที่ว่าทุกคนในบริษัทจะได้ใช้พลังงานอันมีค่าที่เหลือไปทุ่มกับการรับมือกับความท้าทายของธุรกิจที่แท้จริงอย่าง โควิด-19 หรือปัญหาใหญ่อื่นๆ ที่เข้ามาให้รับมืออยู่จริงๆ จะดีกว่า

อ้างอิง :

      hubspot.com/

อยากทำเว็บไซต์ธุรกิจที่ช่วยสร้างยอดขายได้จริง ปรึกษา WOW ฟรีที่นี่

รับบทความใหม่ ไปอ่านก่อนใครไหม?

ทำธุรกิจออนไลน์ด้วยความรู้อัปเดต เข้าใจง่าย ได้ยอดขายดีจริงๆ กันดีกว่า!

บทความน่าอ่านในหมวดเดียวกัน

Management

ชื่ออะไรโดนใจจัง! 5 เทคนิคตั้งชื่อร้าน ให้ขายดี จำง่าย บอกต่อสะดวก

การมี “ชื่อร้าน” ที่ดี เป็นเหมือนจุดเริ่มต้นที่ดีอย่างแรกๆ ของธุรกิจ ได้ เพราะชื่อที่ดี คือ ชื่อที่ช่วยให้ลูกค้าจดจำธุรกิจหรือแบรนด์ของเราได้ง่าย เมื่อจำได้ก็มีโอกาสที่จะนำธุรกิจของเราไปเป็นตัวเลือกหรือบอกต่อให้กับคนอื่น ดังนั้น การ ตั้งชื่อร้าน จึงเป็นเรื่องเล็กที่เจ้าของธุรกิจให้ความสำคัญมากไม่แพ้กับเรื่องสำคัญอื่นๆ ของการทำธุรกิจ แต่การตั้งชื่อร้านไม่มีศาสตร์บังคับตายตัว และอาศัยความคิดสร้างสรรค์มากๆ จึงมีหลายอย่างที่เจ้าของธุรกิจต้องดู เพื่อให้ได้ชื่อบริษัทหรือร้านที่โดดเด่นหรือจำง่าย หรือดีที่สุดคือ ไม่พลาดกลายเป็นชื่อที่สร้างผลเสียให้กับธุรกิจแทน ตั้งชื่อร้าน ธุรกิจ ให้ปังตั้งแต่ออกตัว แค่ทำตาม

ระบบจองห้องพัก, การปรับตัวของธุรกิจโรงแรม, การปรับตัวของธุรกิจโรงแรม โควิด, การปรับตัวของธุรกิจโรงแรมหลังโควิด, สถานการณ์โรงแรม, ธุรกิจโรงแรมเปิดเมื่อไหร่, ระบบจองห้องพัก โรงแรม, เว็บ โรงแรม, โปรแกรมโรงแรม, โปรแกรมจองห้องพัก
Management

ระบบจองห้องพักแบบไหน เข้ากับโรงแรมของคุณมากที่สุด?

ระบบจองห้องพัก เป็นระบบซอฟต์แวร์ที่เป็นที่รู้กันดีว่า ช่วยเสริมสุขภาพการเงินของโรงแรมให้แข็งแรงอย่างมั่นคงและยั่งยืน ด้วยเหตุผลนานาอย่าง ได้แก่ เพิ่มกำไรจากยอดจองตรงเป็นรายได้ที่เต็มเม็ดเต็มหน่วยมากขึ้น ระบบตั้งราคาได้เองตามความต้องการห้องพักของลูกค้า เพิ่มอัตราการจองซ้ำจากระบบสมาชิกที่ได้จากการลงทะเบียนในเว็บของโรงแรมเอง ประหยัดเวลาจัดการห้องพักรองรับลูกค้าจากทั่วทุกสารทิศได้ง่ายด้วยระบบของโรงแรมเอง ฯลฯ เรียกได้ว่า ซื้อระบบครั้งเดียวคุ้มค่าคำนวนแล้วได้กำไรไปยาวๆ ทว่า ในแวดวงโปรแกรมโรงแรมก็มีตัวเลือกให้ใช้มากมายจนบางครั้งไม่รู้ว่าจะใช้ตัวไหนดี และก็ไม่มีใครสามารถการันตีได้ว่า ระบบไหนที่ดีที่สุด เพราะตัวระบบที่ดีที่สุดคือระบบที่ช่วยสร้างกำไรและทุ่นแรงให้โรงแรมของคุณได้ดี ซึ่งอาจจะไม่ดีหรือไม่ให้ผลเดียวกันกับโรงแรมอื่นก็เป็นได้ บทความนี้ WOW จึงจะมาแนะนำความต้องการพื้นฐานของโรงแรมแต่ละขนาด ซึ่งเป็นขั้นตอนแรกของการเลือก ระบบจองห้องพัก แบ่งออกเป็น 4