SEO กับ SEM, seo คือ, sem คือ, วิธีทำ seo google, seo ทำยังไง, การตลาดและการโฆษณา, digital marketing, ภาษาการตลาด, เครื่องมือ digital marketing, เครื่องมือการตลาดออนไลน์ 2020, digital marketing tools คือ, digital marketing tools มีอะไรบ้าง อธิบาย, คำศัพท์วงการโฆษณา

SEO กับ SEM นักการตลาดออนไลน์เลือกใช้งานอย่างไร ให้ดีกับธุรกิจที่สุด (2020)

งานหลักของนักการตลาดออนไลน์คือ จะทำอย่างไรให้สินค้า บริการ หรือบริษัทที่ทำงานติดอยู่ในระบบค้นหาและแสดงในอันดับต้นๆ ก็จะเห็นได้ว่างานหลักของนักการตลาดออนไลน์อยู่ในระบบค้นหา ระบบค้นหาที่ใช้กันอย่างแพร่หลายคือ Google ระบบค้นหานี้มีผลการค้นหาอยู่ 2 แบบ คือ ธรรมชาติ (Organic) กับจ่ายเงิน (Paid) หรือ SEO กับ SEM รู้แค่ 2 อย่างก็สามารถทำงานได้ง่ายๆ สบายๆ ในโลกการตลาด 2020 แล้ว

หรือหากคุณเป็นเจ้าของเว็บไซต์ ไม่ใช่นักการตลาดโดยตรง แต่อยากรู้วิธีทำเว็บไซต์ให้ติด Google แบบครบรอบด้าน บทความนี้ของ WOW จะพูดถึง SEO คือ อะไร, SEM คือ อะไร, เมื่อไหร่ควรใช้ SEO, SEM หรือทั้งสองอย่าง เพื่อทำการตลาดออนไลน์ให้เข้มข้นมากขึ้น (อ่านเรื่องราวของ SEO เพิ่มความเข้าใจปรับพื้นฐานได้ก่อนที่นี่)

SEO กับ SEM, seo คือ, sem คือ, วิธีทำ seo google, seo ทำยังไง, การตลาดและการโฆษณา, digital marketing, ภาษาการตลาด, เครื่องมือ digital marketing, เครื่องมือการตลาดออนไลน์ 2020, digital marketing tools คือ, digital marketing tools มีอะไรบ้าง อธิบาย, คำศัพท์วงการโฆษณา

ประเภทผลการค้นหาของ Google

สมมติเราค้นหาคำว่า “แซนด์วิชโบราณ” ในช่องค้นหา ผลที่ขึ้นมาส่วนแรกคือ ผลการค้นหาที่ผู้ทำเว็บไซต์สามารถซื้อพื้นที่กับ Googleได้ หรือ Paid result ถัดมาจึงเป็นผลการค้นหาที่เกิดจากการทำ SEO ของเว็บไซต์ต่างๆ หรือ Organic result ซึ่ง Google ประมวลข้อมูลและแสดงผล ลิงค์ที่ระบบเลือกว่าเกี่ยวข้องหรือใกล้เคียงกับสิ่งที่อยู่ในช่องค้นหา

แต่ถ้าจะต้องเลือกว่าจะใช้ SEO กับ SEM ดี ก็ต้องเข้าใจฟังก์ชั่นของมัน งั้นมารู้จักกันทีละอย่างว่าคืออะไร และมีรายละเอียดอื่นๆ อะไร ที่มีประโยชน์กับการทำการตลาดออนไลน์ในทุกวันนี้

SEO คือ อะไร?

SEO ย่อมาจาก Search Engine Optimization ถ้าแปลแค่ชื่อจะมีความหมายว่า การปรับให้เข้ากับระบบค้นหา ส่วนคำอธิบายยาวๆ คือ การปรับเนื้อหาให้ถูกค้นเจอผ่านระบบค้นหาแบบ Organic

“การปรับเนื้อหาที่ว่านี้มีอะไรบ้าง?” เป็นปริศนาที่คนทำเว็บไซต์อยากรู้อยู่เสมอ ซึ่ง Google และระบบค้นหาต่างๆ ก็มีเกณฑ์การคัดเลือก ให้คะแนนเป็นของตัวเอง และมีการปรับเกณฑ์อยู่ตลอดเวลา ซึ่งไม่ได้เปิดเผยให้ผู้คนทั่วไปรู้หรือตรวจสอบได้อย่างชัดเจน แต่ก็พอจะบอกหลักเกณฑ์คร่าวๆ ได้อยู่ 3 เรื่องใหญ่ๆ ได้แก่

1. On-page SEO การปรับหน้าเว็บเพจแต่ละหน้า

ตัวอย่างของการทำ On-page SEO เช่น

  • การใส่คำค้นหาในหน้าเว็บ
  • การทำหัวข้อเว็บเพจหรือเนื้อหาเฉพาะเจาะจง เช่น วิธีทำน้ำเต้าหู้สูตรคนจีนโพ้นทะเล เขียนโดยลูกหลานสายตรง (คำที่ขีดเส้นใต้คือ การทำให้เนื้อหามีความเฉพาะเจาะจง เชิงลึกมากขึ้น)
  • ตั้งชื่อลิงค์เว็บเพจหรือ url ให้สั้นและได้ใจความ
  • ตั้งชื่อเรื่อง (Title) และคำอธิบายเรื่อง (Meta description) ให้ดึงดูดคนอ่าน
  • ใส่คำค้นในภาพ (Alt text)
  • เขียนเนื้อหาให้อ่านง่าย เข้าใจง่าย
  • ใส่คำค้นในจุดสำคัญ เช่น ย่อหน้าแรก คำแรกของย่อหน้า

2. Off-page SEO การทำ SEO นอกเว็บไซต์ตัวเอง

ตัวอย่างของการทำ Off-page SEO เช่น

  • เว็บไซต์อื่นใส่ลิงค์เว็บไซต์ของเราในหน้าเว็บเพจของเขา
  • เว็บไซต์อื่นพูดถึงชื่อเว็บไซต์ของรเา
  • มีรีวิวเว็บไซต์ของเราในทางที่ดีหรือให้คะแนนที่ดี

3. Technical SEO การทำ SEO เชิงเทคนิค ซึ่งช่วยให้ Google เข้ามาเก็บข้อมูลเว็บของเรามากขึ้น

ตัวอย่างของการทำ Techinical SEO เช่น

  • ปรับให้หน้าเว็บเพจโหลดขึ้นมาเร็วขึ้น
  • ใช้ Canonical tag ป้องกันการทำเนื้อหาในเว็บเพจซ้ำ
  • ใช้ hreflang tag ในเว็บที่ทำเนื้อหา 2 ภาษา
  • ปรับ robots.txt ให้ทำหน้าที่ crawl หน้าเว็บให้ดียิ่งขึ้น
  • ไม่เปิดให้ Google เก็บข้อมูล, no indexing หน้าเว็บเพจที่เนื้อหาน้อย
  • เพิ่มความปลอดภัยให้กับเว็บไซต์ ป้องกันข้อมูลถูกโจรกรรม
  • ปรับให้เว็บไซตใช้งานบนสมาร์ทโฟนได้ดี (Mobile friendliness)

PPC คือ อะไร?

PPC คืออะไร เล่ามาตั้งนาน ยังไม่เคยพูดถึง PPC เลย PPC ย่อมาจาก Pay Per Click คือ การโฆษณาเว็บไซต์บนหน้าผลการค้นหา เป็นการโฆษณารูปแบบหนึ่งที่เว็บไซต์จ่ายเงินให้กับระบบค้นหา ถ้ามีผู้ใช้งานคลิกเว็บไซต์ที่ขึ้นในพื้นที่โฆษณา หรือบริเวณ Paid result บนรูปตัวอย่างข้างบน

ราคาค่าคลิกขึ้นอยู่กับคำค้น (Keyword) ที่เลือกใช้ คำค้นที่ดีๆ มีคนคลิกเยอะก็มักจะมีราคาสูงและแข่งขันกับเว็บอื่นสูง ก่อนจะซื้อ PPC ผู้ทำเว็บไซต์ต้องค้นคว้าหาข้อมูลเกี่ยวกับคำค้นด้วย

SEM คือ อะไร?

SEM ย่อมาจาก Search Engine Marketing หรือการตลาดด้วยการโปรโมทเว็บไซต์ให้ถูกมองเห็นมากขึ้นในระบบค้นหา ด้วยการใช้เงินซื้อ

SEMส่วนมากจะใช้หลัก SEO เข้ามาร่วมด้วย เช่น การปรับแต่งเนื้อหาบนหน้าเว็บไซต์ การปรับโครงสร้างไซต์ใหม่ เพื่อให้การทำ PPC ง่ายขึ้น จึงอาจสรุปได้ว่า SEM (ส่วนมาก) คือ การทำ PPC และ SEO ผสมกัน

ด้วยข้อมูลนี้ ต่อจากนี้เราจึงจะใช้คำว่า PPC แทน SEM เพื่อให้เข้าใจง่ายยิ่งขึ้น เราไปต่อกันว่า เวลาไหนควรใช้ SEO เวลาไหนควรใช้ PPC หรือควรจะใช้ทั้งสองอย่าง

ใช้ SEO เมื่อ..

  1. เว็บไซต์มีพื้นที่ในเว็บสำหรับสร้างเนื้อหาแบบ Organic (เนื้อหาเชิงข้อมูลความรู้) เช่น blog
  2. คุณรู้จักตลาดของผลิตภัณฑ์ที่ขายดีอยู่แล้ว ต้องการเพิ่มคุณค่าระยะยาวให้กับเว็บไซต์ และรู้ว่าในอนาคตจะมีความต้องการคุณค่านี้ เช่น ทำเว็บไซต์ขายวัตถุดิบทำเบเกอรี่ แล้วให้ความรู้เกี่ยวกับวัตถุดิบต่างๆ
  3. กลุ่มเป้าหมายของเว็บไซต์ มักใช้เวลาเป็นสัปดาห์หรือเดือน ค้นหาและศึกษาข้อมูลก่อนซื้อสินค้าหรือบริการ เช่น สินค้าราคาแพง
  4. ค่าใช้จ่ายการทำ PPC สูงมากตลอดเวลา
  5. ธุรกิจและเว็บไซต์ของคุณเริ่มเข้าที่แล้ว และมีคุณค่าความน่าเชื่อถือ (Domain Authority) ในระดับหนึ่ง
  6. เว็บไซต์มีการปรับเสริมเติมแต่งจนดีในระดับหนึ่ง และได้ผลค่อนข้างดีในการค้นหาแบบ Organic

ใช้ PPC เมื่อ..

  1. เว็บไซต์คู่แข่งจำนวนมากใช้คำค้นที่คุณจะใช้เหมือนกัน
  2. คุณยังไม่รู้จักตลาดของตัวเองดีพอ และต้องการจะทดสอบไอเดียของตัวเอง หรือสินค้าและบริการ เช่น สินค้าใหม่ไ่เคยมีใครทำมาก่อน
  3. ลูกค้าของธุรกิจนี้รู้ดีว่าต้องการอะไร และมีพฤติกรรมค้นหาสินค้าเลย แล้วเมื่อเจอก็ซื้อทันที
  4. ค่าใช้จ่ายการทำ PPC ไม่สูงมาก หรือมีราคาขึ้นลงบ้าง หรืออยู่ในงบประมาณการทำโฆษณาที่คุณจ่ายได้
  5. เพิ่งสร้างธุรกิจบนพื้นที่ออนไลน์ ยังไม่ค่อยมั่นคงบนออนไลน์
  6. เว็บไซต์ยังต้องปรับปรุง SEO ค่อนข้างมาก

WOW ส่งท้าย

การพิจารณาว่าจะทำ SEO หรือ PPC (SEM) ดี หรือทำทั้งสองอย่างในจังหวะไหน ผู้ทำเว็บไซต์ต้องเข้าใจธรรมชาติของเว็บไซต์และธุรกิจ/เป้าหมายของเว็บไซต์ตัวเอง ซึ่งมีปัจจัยหลายอย่างรวมกัน ไม่มีสูตรตายตัว และปรับเปลี่ยนได้ตลอดเวลา แต่การเข้าใจการทำงานของ SEO และ PPC จะช่วยให้ทำเว็บไซต์ได้ตรงจุดมากขึ้น

หากคุณเพิ่งเริ่มต้นทำเว็บไซต์ หรืออยากทำเว็บเพื่อการขาย ขายของออนไลน์ ไม่ว่าจะเป็นสินค้าหรือบริการประเภทใด และต้องการต่อยอดให้ธุรกิจโตเร็ว บริหารง่าย ต้นทุนน้อยแต่ทำกำไรได้ระยะยาวยั่งยืน WOW ขอแนะนำให้ใช้ Sale Page เว็บหน้าเดียวช่วยงานขายออนไลน์โดยเฉพาะ

SEO กับ SEM, seo คือ, sem คือ, วิธีทำ seo google, seo ทำยังไง, การตลาดและการโฆษณา, digital marketing, ภาษาการตลาด, เครื่องมือ digital marketing, เครื่องมือการตลาดออนไลน์ 2020, digital marketing tools คือ, digital marketing tools มีอะไรบ้าง อธิบาย, คำศัพท์วงการโฆษณา

ติดต่อหา WOW ตอนนี้ เพื่อเดินหน้าธุรกิจออนไลน์ได้เร็วที่สุด โดยทีมงานทำเว็บไซต์ที่มีประสบการณ์และความเชี่ยวชาญด้านการทำ SEO หากยังไม่แน่ใจว่าควรทำเว็บไซต์รูปแบบไหน สามารถปรึกษาได้ ฟรีไม่มีค่าใช้จ่าย จนกว่าจะได้รูปแบบเว็บไซต์ที่ตรงกับงานขายของคุณที่สุด

อ้างอิง :

wikipedia.org

อยากทำเว็บไซต์ธุรกิจที่ช่วยสร้างยอดขายได้จริง ปรึกษา WOW ฟรีที่นี่

สมัครรับข่าวสารฟรี

ทำธุรกิจออนไลน์ด้วยความรู้อัพเดต ครบถ้วน เข้าใจง่าย

บทความน่าอ่านในหมวดเดียวกัน

เขียนบล็อก, การเขียนบทความ, ทำเว็บไซต์, วิธีสร้างบล็อก, การเขียน blog,
SEO

70 ไอเดียเขียนบล็อก บทความแนว SEO เพิ่มยอดวิวดันยอดขายให้เว็บไซต์

เขียนบล็อก เป็นวิธีเพิ่มเนื้อหาบนเว็บไซต์ ที่ผู้ทำเว็บไซต์นิยมทำ เพราะใช้ต้นทุนน้อย แต่สร้างมูลค่าให้กับเว็บได้ระยะยาว และเป็นพื้นที่ที่ผู้ใช้งานควบคุมได้มากกว่าโซเชียลมีเดีย เป้าหมายกว้างๆ ของการ เขียนบล็อก หรือบทความคือ การสร้างยอดเข้าชมเว็บไซต์ โดยที่แต่ละเว็บก็มีเป้าหมายเฉพาะของตัวเองแตกย่อยไปอีก เช่น เพื่อขายสินค้าบนเว็บไซต์ เพื่อรับโฆษณาผลิตภัณฑ์ต่างๆ เพื่อให้ความรู้ ฯลฯ การสร้างบล็อกไม่จำเป็นต้องมีจุดเริ่มต้นอะไรยิ่งใหญ่ แค่เริ่มเขียนตามประเด็นหลักของเว็บไซต์หรือความสนใจของคนเขียน ใครที่กำลังคิดว่าจะใช้การเขียนบทความเป็นส่วนหนึ่งของการสร้างธุรกิจออนไลน์ และอยากหาไอเดียการ เขียนบล็อก ที่สามารถทำได้เรื่อยๆ และสร้างยอดเข้าชมได้จริง WOW

สร้าง landing page, landing page, landing page คือ, รับทำ landing page, รับทำ sale page, ขายของออนไลน์ 2020
SEO

6 วิธีสร้าง Landing page ที่คนอยากคลิก อ่านแล้วเก็ตเกิด action กับหน้าเว็บจริง

Landing page เป็นส่วนประกอบสำคัญของเว็บไซต์ เพราะคนใช้งานอินเตอร์เน็ตจะมาเจอเว็บไซต์ของเราผ่านหน้าเว็บเพจนี้ ด้วยเหตุนี้ ถ้าเรา สร้าง Landing page หรือปรับปรุงให้ดี ก็จะสามารถ เพิ่มการเข้าชมเว็บไซต์ (Traffic) อัตราการซื้อขายผ่านหน้าเว็บ (Conversion rate)   Landing page ส่วนใหญ่จะเน้นการซื้อขายผ่านหน้าเว็บเพจด้วย ซึ่งนั่นหมายความว่า การปรับปรุงหน้าเว็บต้องอ้างอิงกับกลุ่มเป้าหมายของเว็บไซต์ WOW มีเคล็ดลับน่าสนใจในการ สร้าง Landing