รายได้ธุรกิจโรงแรม, เว็บโรงแรม, ทำระบบจองห้องพัก

SEO หรือ CRO: สูตรไหนสร้างรายได้ให้ธุรกิจโรงแรมมากกว่ากัน?

เพื่อให้ได้ยอดขายห้องพักโรงแรมเพิ่มขึ้นสัก 5% ธุรกิจที่พัก ต้องลงทุนในการทำ SEO หรือ SEM เท่าไหร่ ยิ่งหากโรงแรมมีงบประมาณจำกัด หรือทุนต่อยอดไม่มาก (โดยเฉพาะในช่วงโควิด) เจ้าของโรงแรมควรจะเลือกทางไหนดี เพื่อสร้าง รายได้ธุรกิจโรงแรม

หรือจะมองหาทางเลือกอื่นไปเลยอย่าง “CRO” หลายคนอาจรู้จัก SEO และ SEM แล้ว แต่ CRO คืออะไร? บทความนี้จะมาแนะนำ CRO ให้ทุกคนรู้จักและคำนวนไปด้วยกันว่า สูตรตัวย่อไหนที่ทำรายได้ธุรกิจโรงแรม มากกว่ากัน

SEO, SEM และ CRO ตัวย่อเหล่านี้ คืออะไร

ก่อนจะทราบข้อดีของ SEO, SEM หรือ CRO มารู้จักกันก่อนว่า ตัวย่อแต่ละอย่างหมายถึงอะไร และโฟกัสที่อะไร

SEO

เริ่มจาก SEO ย่อมาจาก Search Engine Optimization แปลว่า การปรับแต่งเว็บฯ ให้เข้ากับการค้นหา SEO เกิดตามหลังระบบค้นหายุคแรกๆ ไม่นานเท่าไหร่ เทคนิคของมันเริ่มจากการปรับแต่งชื่อเรื่อง เนื้อหา และชื่อลิงค์ ซึ่งเป็นวิธีง่ายๆ ไปจนถึงการปรับแต่งด้วยเทคนิคซับซ้อน

การทำ SEO ช่วยให้เว็บไซต์โรงแรม/ที่พัก ติดในการค้นหาของผู้คนมากขึ้น ไม่ต้องเสียเงินซื้อโฆษณาเว็บไซต์ เพียงแค่ผู้ทำเว็บไซต์ปรับปรุงเว็บของตัวเองให้ดี

แต่ถึงแม้ว่า SEO จะทำเพื่อการค้นหาแบบธรรมชาติและไม่ใช่การซื้อโฆษณา แต่การทำ SEO จริงๆ แล้ว มีค่าใช้จ่าย เพราะต้องใช้เวลา ใช้พลังความคิดและแรงงาน ซึ่งทั้งหมดก็ต้องลงทุนจ้างคนที่มีความรู้ความสามารถด้าน SEO มาทำงานนี้ขึ้นมา (อ่านทำความเข้าใจ SEO แบบง่ายๆ ไวๆ ที่นี่)

SEM

ต่อมาคือ SEM ย่อมาจาก Search Engine Marketing คือการทำการตลาดด้วยการใช้เครื่องมือที่มีค่าใช้จ่ายชนิดต่างๆ เพื่อโปรโมทเว็บไซต์ เช่น Google Ads

ทั้ง SEO และ SEM มีเป้าหมายเดียวกันคือ ทำให้เว็บไซต์ติดอยู่ในระบบค้นหาที่ดี ยิ่งติดหน้าแรกของผลการค้นหายิ่งดี (หรือถ้าปรากฎเป็นลิงค์แรกของการค้นหาได้คือ ดีที่สุด เพราะเป็นตำแหน่งที่คนส่วนใหญ่จะคลิกกัน)

CRO

ตัวสุดท้ายคือ CRO ย่อมาจาก Conversion Rate Optimization คือการปรับแต่งเว็บฯ ให้เกิดการขายให้มากขึ้น จุดประสงค์ของการทำ CRO เพื่อปรับปรุงอัตราการคลิกของผู้ใช้งานเว็บไซต์ ซึ่งส่วนใหญ่แล้วการคลิกนั้นก็นำไปสู่ยอดขาย

CRO สำหรับเว็บโรงแรมคือ การคลิกจองห้องพักที่เพิ่มมากขึ้นผ่านเว็บไซต์ของโรงแรมโดยตรง ไม่ผ่านนายหน้าหรือ OTA (Online Travel Agent) ซึ่งเท่ากับโรงแรมได้สัดส่วนกำไรที่เพิ่มมากขึ้นนั่นเอง

จากข้อมูลและการโฟกัสทั้งหมดจะเห็นได้ว่า ถ้าเราทำทั้ง SEO และ CRO พร้อมกันได้ จะช่วยส่งผลดีต่อเว็บไซต์ได้

รายได้ธุรกิจโรงแรม, เว็บโรงแรม, ทำระบบจองห้องพัก

แล้วโรงแรมหรือธุรกิจที่โปรโมทบนเว็บไซต์ที่อยากเห็นผลลัพธ์ไวๆ ควรเริ่มต้นทำอะไรก่อนระหว่าง SEO กับ CRO? คำแนะนำคือ เริ่มจากการทำ CRO ก่อน เพราะถ้าคิดแยกกัน CRO จะให้ผลตอบแทนมากกว่า SEO ก่อนจะไปดู 4 ทิปส์อัพ Conversion Rate มาดูว่า คนส่วนใหญ่เข้าใจเรื่อง CRO ว่าอะไรบ้าง

ความเข้าใจส่วนใหญ่ 5 อย่าง ที่คนคิดถึง CRO

1. CRO เป็นแค่การออกแบบเว็บไซต์

การออกแบบเว็บไซต์ที่ดูเรียบร้อย เข้าใจง่าย เป็นมืออาชีพ อาจจะดีต่อการใช้งานหรือถูกใจผู้ใช้งาน แต่หากพูดถึงเรื่องของการ conversion แล้ว ปัจจัยเหล่านี้อาจไม่ครอบคลุม ไม่ช่วยได้มากนัก

CRO จึงไม่ใช่แค่การออกแบบเว็บไซต์ให้สวยดูดี แต่เป็นขั้นตอนวิเคราะห์ประสบการณ์การใช้เว็บไซต์ที่นำไปสู่การคลิกซื้อสินค้าหรือบริการ ซึ่งขั้นตอนเหล่านี้มีการจัดทำอย่างเป็นระบบ เพื่อที่ธุรกิจจะได้โฟกัสในสิ่งที่ได้ผลและตัดขั้นตอนที่ไม่ใช่ทิ้งได้อย่างถูกฝาถูกตัว

2. CRO คือขั้นกว่าของ SEO

SEO เรียกการเข้าชมเว็บไซต์ แต่ไม่ได้ช่วยให้เกิด conversion ขณะที่ CRO กระตุ้นให้เกิด conversion จากยอดเข้าชม นั่นหมายความว่าทั้งสองอย่างนี้มีหน้าที่คนละอย่างกัน และธุรกิจสามารถทำแค่ CRO ก็ได้ หากต้องการเพิ่มยอดขายอยางเดียว

3. เทคนิค CRO แบบเดียวใช้ได้กับทุกโจทย์ธุรกิจ

คำตอบคือ ไม่มีสูตรที่ดีที่สุดสำหรับทุกธุรกิจ เทคนิคที่ได้ผลกับคู่แข่งของคุณ อาจจะไม่ได้ผลกับคุณ จะรู้ว่าเทคนิค CRO ที่ทำได้ผลดีกับเราหรือไม่ ต้องทดลองเอง ขอให้ทดลองว่า CRO ไหนดีที่สุดสำหรับเว็บโรงแรมของคุณ

4. CRO เป็นเรื่องของเว็บไซต์อย่างเดียว ไม่เกี่ยวกับลูกค้า

ถ้าพ่อค้าแม่ค้าไม่รู้ว่าลูกค้าเป็นใคร ชอบอะไร  ต้องการอะไร มีพฤติกรรมการใช้จ่ายอย่างไร  การพัฒนาปรับปรุง CRO ก็จะเหมือนกองทัพที่นำโดยแม่ทัพตาบอด CRO ที่ถูกต้องต้องใช้ประสบการณ์และความชอบของลูกค้ามาพิจารณา เพื่อปรับเว็บโรงแรมให้ลูกค้าอยากจองตรงให้ได้

5. CRO ไม่ใช่หน้าที่ของฝ่ายจัดการรายได้/เงินของบริษัท

หลายโรงแรมอาจจะเข้าใจว่า การคิดเรื่อง CRO เป็นหน้าที่ของฝ่ายการตลาด ฝ่ายพัฒนาเว็บไซต์ หรือแม้แต่ฝ่ายวิศวกรด้าน UI เลยด้วยซ้ำ แต่ความเป็นจริงคือ CRO เป็นเรื่องของการคำนวน การดูสถิติ การออกแบบภาพและคำพูด เป็นสูตรที่อาจเรียกได้ว่าเป็น ศาสตร์ เลยด้วย ดังนั้นฝ่ายรายได้หรือการเงินต้องเข้ามามีส่วนร่วมหรือเป็นทีมงานพื้นฐานของการทำ CRO ในแต่ละโปรเจค

รายได้ธุรกิจโรงแรม, เว็บโรงแรม, ทำระบบจองห้องพัก

4 วิธีเพิ่ม Conversion Rate อัพคลิกจองห้องพักในเว็บโรงแรมของเรา

1. ทำแผนปรับอัตรา Conversion ขึ้นมาให้ชัดเจน

CRO เป็นสิ่งที่ทำหนึ่งครั้งอยู่ได้ยาวๆ ไม่จำเป็นต้องทำบ่อยๆ ซึ่งฝ่ายการตลาดหรือเจ้าหน้าที่ที่ดูแลด้าน Conversion จะเข้าใจและสามารถดูแลงานด้านนี้ได้ ซึ่งจะเกี่ยวข้องกับการออกแบบเว็บ UX และ UI, การเขียน Copy บนเว็บไซต์, การแก้ปัญหาด้านโปรแกรมและเทคนิคอื่นๆ ซึ่งไม่มีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมแค่ปรับวิธีการทำงาน

แต่ถ้าอยากได้ผล Conversion ที่มากกว่ านั้น ก็อาจจะใช้เครื่องมือทำ CRO ที่มีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม เช่น

  • Rate comparison เปรียบเทียบราคาค่าห้องเมื่อจองผ่านช่องทางต่างๆ ให้เห็นถึงความคุ้มค่าเมื่อจองผ่านหน้าเว็บโรงแรมโดยตรง
  • Cart recovery อีเมลอัตโนมัติที่ส่งหาลูกค้าหรือผู้เข้าชมเว็บโรงแรมที่กดจองห้องหรือกดเช็คห้องและสิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ อีเมลจะกระตุ้นให้ลูกค้ากดชำระเงินให้การ Conversion เสร็จสิ้น
  • Page abandonment widget หน้าต่าง popup ที่จะเด้งขึ้นมาเมื่อผู้เข้าชมเว็บไซต์ปิดหน้าต่างขายห้องพักโดยไม่กดจองหรือจ่ายเงิน popup อาจจะถามว่าลูกค้าไม่ถูกใจเรื่องอะไร อยากได้ข้อเสนออะไร หรืออยากคุยกับเจ้าหน้าที่เพื่อทราบข้อมูลเพิ่มเติมหรือไม่
  • Email remarketing อีเมลธุรกิจที่ส่งหาลูกค้าหรือผู้ใช้งานเว็บไซต์ที่เคยเข้ามาในเว็บไซต์ของเรามาก่อน คำว่า remarketing เกิดจากสมมติฐานที่ว่า ลูกค้าหรือผู้เข้าชมเว็บไซต์ เกิดจากการทำ marketing ของเรา การจีบกลุ่มเป้าหมายกลุ่มนี้อีกครั้งจึงเท่ากับการ remarketing
  • Personalized messages การส่งข้อความเฉพาะเจาะจงไปหากลุ่มเป้าหมาย เช่น ปรับแต่งชื่อเป็นชื่อผู้รับ ปรับตามความสนใจหรือสิ่งที่คิดว่าเขาน่าจะสนใจ
  • Live chats ระบบตอบคำถามด้วยเจ้าหน้าที่แบบ real time
  • Call back button ปุ่มทิ้งชื่อและเบอร์โทรให้เจ้าหน้าที่โทรกลับ

2. ลงทุนใน SEO และ CRO พร้อมกัน

ธุรกิจที่มีเว็บไซต์เป็นของตัวเอง จะทำ SEO ควบคู่ต่อเนื่องกันไปด้วย ทำให้เว็บไซต์ที่ไม่ทำ SEO ตกอันดับไปอย่างง่ายดาย ในกรณีของเว็บไซต์โรงแรม นอกจากแข่งขันกับเว็บโรงแรมด้วยกันแล้ว ยังต้องสู้กับเว็บ OTA เจ้าต่างๆ ที่ทุ่มทุนด้าน SEO มาก

ดังนั้น การทำ SEO สำหรับทุกโรงแรมจึงเป็นเรื่องสำคัญ อาจไม่ต้องถึงขั้นติดอันดับการค้นหาหน้าแรกๆ แต่ขอแค่ไม่ตกอันดับไปไกลๆ ก็พอ

ซึ่งเมื่อทำ SEO แล้ว ก็ให้ดูแลเรื่อง CRO ซึ่งเป็นการทำแค่ครั้งเดียวหรือไม่กี่ครั้ง เพื่อปรับแต่งและซ่อมลิงค์หรือหน้าเว็บเพจที่เสียหรือไม่ทำให้เกิด conversion ให้ผู้เข้าชมอยากคลิกขึ้นมา

3. ใช้เครื่องมือ CRO แบบเสียเงินร่วมด้วย

ถ้าคิดว่าใช้เงินกับ SEO เยอะแล้ว การใช้เงินกับ CRO ร่วมด้วยก็เป็นเรื่องที่สามารถทำได้หรือลองดูได้ โรงแรมควรลองใช้เครื่องมือ CRO แบบเสียเงินร่วมด้วย จะเลือกรูปแบบที่เข้ากับการทำงานของตัวเอง หรือลองแบบใหม่ๆ ก็ได้

ถ้าจะใช้เครื่องมือ CRO แนะนำให้ลิสต์ข้อมูลเปรียบเทียบวิธีการทำเว็บไซต์ระหว่าง ไม่ทำ SEO และ CRO, ทำ SEO, ทำ CRO โดยนำปัจจัยต่างๆ มาคิดคำนวน เช่น จำนวนเงินลงทุน ผลลัพธ์ จำนวนคนเข้าเว็บไซต์ การ conversion รายรับต่อเดือนตามปกติ รายรับพิเศษต่อเดือน ฯลฯ

นำข้อมูลเหล่านี้มาเปรียบเทียบกัน การเปรียบเทียบข้อมูลจะช่วยทำให้เห็นชัดเจนว่า วิธีที่ทำอยู่สร้างความเปลี่ยนแปลงหรือไม่ ถ้าเปลี่ยน เปลี่ยนไปสู่เป้าหมายที่ตั้งไว้ไหม หรือต้องปรับแก้อย่างไร

4. อดทน!

ดอกผลของการทำ CRO แสดงตัวค่อนข้างเร็ว แม้จะมีผู้เข้าชมหน้าเว็บเพียงแค่พันคนก็ตาม ซึ่งต่างจาก SEO ที่ต้องใช้เวลาและต้องปรับปรุงเว็บไซต์อย่างต่อเนื่อง เพื่อรักษาอันดับหรือยกอันดับของตัวเอง แต่หากเลือกทำอย่างใดอย่างหนึ่งก็อาจให้ผลลัพธ์ไม่สมบูรณ์แบบ

อยากมีเว็บโรงแรมที่ทำได้มากกว่าแค่จองห้องพัก? คลิกเจอ “ซูเปอร์ผู้ช่วยดูแลโรงแรมครบวงจรคนใหม่” ของคุณที่นี่

WOW ส่งท้าย

หากสรุปข้อมูลจะเห็นว่า SEO และ CRO เป็นสิ่งที่ต้องทำควบคู่กัน เพราะส่งผลประโยชน์เกื้อกูลกัน โดย SEO จะดีต่อการค้นหาในระบบ Google ส่วน CRO ดึงดูดใจและกระตุ้นพฤติกรรมของผู้เข้าชมที่เป็นกลุ่มเป้าหมายหรือลูกค้า แต่หากมีเวลาน้อย ก็ให้เริ่มต้นที่ CRO ก่อน เพราะให้ผลตอบแทนไว แล้วค่อยทำ SEO ตามมา

แต่หากไม่แน่ใจว่าควรเริ่มต้นจากที่ไหนก่อน ตอนนี้ WOW เปิดตัวในส่วนของ WOW Hotel Solutions รับทำเว็บโรงแรมแบบครบวงจรทั้งออกแบบเว็บ ระบบจองห้องพักอัจฉริยะ ระบบ Channel Manager เชื่อมต่อ OTA และระบบปรับราคาตามระดับการจองหรือ Dynamic Pricing ที่ช่วยให้โรงแรมได้ลูกค้าจองตรงมากขึ้น จัดโปรโมชั่นได้ตามต้องการมากที่สุด และที่สำคัญคือรายได้ที่เข้ากระเป๋าโรงแรมมากกว่าเดิม ปรึกษา WOW ฟรี ไม่มีค่าใช้จ่าย เลือกบริการได้แบบที่ต้องการจริงๆ

อ้างอิง :

wikipedia.org

อยากทำเว็บไซต์ธุรกิจที่ช่วยสร้างยอดขายได้จริง ปรึกษา WOW ฟรีที่นี่

รับบทความใหม่ ไปอ่านก่อนใครไหม?

ทำธุรกิจออนไลน์ด้วยความรู้อัปเดต เข้าใจง่าย ได้ยอดขายดีจริงๆ กันดีกว่า!

บทความน่าอ่านในหมวดเดียวกัน

เขียนบล็อก, การเขียนบทความ, ทำเว็บไซต์, วิธีสร้างบล็อก, การเขียน blog,
SEO

70 ไอเดียเขียนบล็อก บทความแนว SEO เพิ่มยอดวิวดันยอดขายให้เว็บไซต์

เขียนบล็อก เป็นวิธีเพิ่มเนื้อหาบนเว็บไซต์ ที่ผู้ทำเว็บไซต์นิยมทำ เพราะใช้ต้นทุนน้อย แต่สร้างมูลค่าให้กับเว็บได้ระยะยาว และเป็นพื้นที่ที่ผู้ใช้งานควบคุมได้มากกว่าโซเชียลมีเดีย เป้าหมายกว้างๆ ของการ เขียนบล็อก หรือบทความคือ การสร้างยอดเข้าชมเว็บไซต์ โดยที่แต่ละเว็บก็มีเป้าหมายเฉพาะของตัวเองแตกย่อยไปอีก เช่น เพื่อขายสินค้าบนเว็บไซต์ เพื่อรับโฆษณาผลิตภัณฑ์ต่างๆ เพื่อให้ความรู้ ฯลฯ การสร้างบล็อกไม่จำเป็นต้องมีจุดเริ่มต้นอะไรยิ่งใหญ่ แค่เริ่มเขียนตามประเด็นหลักของเว็บไซต์หรือความสนใจของคนเขียน ใครที่กำลังคิดว่าจะใช้การเขียนบทความเป็นส่วนหนึ่งของการสร้างธุรกิจออนไลน์ และอยากหาไอเดียการ เขียนบล็อก ที่สามารถทำได้เรื่อยๆ และสร้างยอดเข้าชมได้จริง WOW

SEO กับ SEM, seo คือ, sem คือ, วิธีทำ seo google, seo ทำยังไง, การตลาดและการโฆษณา, digital marketing, ภาษาการตลาด, เครื่องมือ digital marketing, เครื่องมือการตลาดออนไลน์ 2020, digital marketing tools คือ, digital marketing tools มีอะไรบ้าง อธิบาย, คำศัพท์วงการโฆษณา
SEO

SEO กับ SEM นักการตลาดออนไลน์เลือกใช้งานอย่างไร ให้ดีกับธุรกิจที่สุด (2020)

งานหลักของนักการตลาดออนไลน์คือ จะทำอย่างไรให้สินค้า บริการ หรือบริษัทที่ทำงานติดอยู่ในระบบค้นหาและแสดงในอันดับต้นๆ ก็จะเห็นได้ว่างานหลักของนักการตลาดออนไลน์อยู่ในระบบค้นหา ระบบค้นหาที่ใช้กันอย่างแพร่หลายคือ Google ระบบค้นหานี้มีผลการค้นหาอยู่ 2 แบบ คือ ธรรมชาติ (Organic) กับจ่ายเงิน (Paid) หรือ SEO กับ SEM รู้แค่ 2 อย่างก็สามารถทำงานได้ง่ายๆ สบายๆ ในโลกการตลาด 2020